ประธานาธิบดี อลีจา อิเซตเบโกวิค แห่ง บอสเนีย เฮอเซโกวินา มูญาฮิดีน ในคราบประธานาธิบดี
หากจะเอ่ยถึงบรรดาผุ้กล้าและเหล่าวีรบรุษแห่งอิสลามนั้น ในประเทศแถบยุโรปตะวันออก อย่าง บอสเนีย เฮอเซโกวีน่า นั้น ถ้าเอ่ยนามของผุ้กล้าท่านนี้ยอดผู้นำที่ต่อสุ้เพื่อประชาชน มุสลิมในบอสเนีย ผุ้กล้า นักบริหาร นักรบ นักประพััน ต้อง เป็นที่รู้จัก และไม่เคยลืมเลือนท่านอย่างแน่นอน อดีด ประธานาธิบดี อลีจา อิเซตเบโกวิค แห่ง บอสเนีย เฮอเซโกวินา คือยอดวีรบรุษที่ชาวบอสเนียไม่มีวันลืมท่านอย่างแน่นอน ดังนั้น เพื่อความทรงจำที่ดีและบอกกล่าวประวัติความกล้าหาญท่าน เรามีความภูมิใจที่ได้นำเสนอ เรื่องราวของท่านให้เป็นที่จดจำตลอดไป
อลีจา อิเซตเบโกวิค เกิดเมื่อ ปี 1925 สถานที่เกิดและบ้านเกิดของท่าน อยู่ในเมืองที่มีชื่อว่า"บอสซาน่า กรูปา"ซึ่งตั้งอยุ่ทางทิศเหนือของบอสเนีย หรือ ยูโกสลาเวียในยุคนั้น ท่าน เกิดในครอบครัวของ นักเผยแพร่ประวัติศาสตร์ของศาสนาอิสลาม แห่งคาบสมุทรบอลข่าน เมื่อสมัยที่ท่านยังเด็ก ท่านเป็นคนที่มีความกตัญญูต่อ บิดาและมารดาของท่าน ซึ่ง มารดาของท่านได้รักในความกตัญญูของท่านเป็นอย่างยิ่ง ท่านเป็นเด็กที่มีความเฉลียวฉลาด ในวัยนั้น การศึกษาของท่านในวัยเด็กท่านได้ไปศึกษาที่ชาญเมือง ซาราเจโว ในโรงเรียนสมัยประถม ท่านเป็นเด็กที่เรียนเก่งและเฉลียวฉลาด ซึ่งในระดับมัทธยมเองท่านก็ได้เรียนจนสามารถจบในระดับมัธยมเมื่อปี 1943และไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ในสาขา กฎหมายสูงสุด และได้จบในระดับมหาวิทยาลัย เมื่อ ปี 1950 และระดับ ปริญญาโทในสาขาเศรษฐศาสตร์ ในปี 1962 และต่อจนได้รับปริญญาเอก เมื่อ ปี 1964 ท่านเป็นผู้ที่มีความสามารถด้านภาษหลายภาษา ทั้ง ภาษาเยอรมัน , ฝรั่งเศส, และภาษาอังกฤษ และท่านมีความรู้ ภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี
แต่ถ้าย้อนไป ในยุคแห่งการศึกษาของท่านนั้น กว่าจะจบมาได้ในระดับนี้ท่านต้องผ่านความขมขื่นมามากมาย และผ่านชตากรรม อย่างสุดจะเหลือทน ในบททดสอบ เมื่อครั้งสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ท่านเป็นคนที่ทราบดีถึงชตากรรมของพี่น้องมุสลิม ในยูโกสลาเวีย ซึ่งในยุคนั้นระหว่างศึกษา ท่านได้เข้าร่วมต่อต้าน การปรากฏตัวของ พรรคคอมมิวนิสต์ ที่นำโดย โจเซฟ ตีโต้ ซึ่งท่านและ เพื่อนๆของท่านได้ทำการตั้งกลุ่ม ภราดรภาพมุสลิม ขึ้น เมื่อ ปี 1940 ในขณะยังอยู่ในมัทธยม ซึ่งในขณะนั้นท่านมีอายุเพียง 16 ปี ซึ่ง กลุ่มของท่านได้ทำการต่อต้าน พรรคคอมมิวนิสต์ ที่ทำการ เก็บภาษี ของระบอบการปกครองปราบปราม การต่อต้าน ศาสนาอิสลาม ซึ่งกลุ่มของท่าน ประมาณ 2000 คน ถูกจับและปราบปราม จนในที่สุด ท่านซึ่งในขณะนั้น จบมัทยมแล้ว ต้องถูกจับไปขังโดยรัฐบาลคอมมิวนิสต์ ถึง 5 ปี นั้นตั้งแต่ ปี 1949-1954 ซึ่ง ปี 1949 เป็นปีสุดท้ายที่ท่านเรียนจบ ท่านก็ถูกขัง แต่ท่านได้รับปริญญา เมื่อ เมื่อ ปี 1950 ในขณะถูกจองจำ ซึ่งท่านถุกปล่อยตัวออกมา หลัง ปี 1954 และไช้ชีวิต ในการศึกษาต่อจนจบ
หลังจากจบการศึกษาและผ่านมรสุมชีวิต ในระหว่างการศึกษานั้น ท่านได้ ทำการเขียนและแต่งหนังสือ ที่เป็นวรสาร ที่มีชื่อว่า"ทัควิน"ซึ่งออก โดยสมาคม นักวิชาการ มุสลิมใน ยูโกสลาเวีย ซึ่งในหนังสือนั้น มีบทความต่างๆที่ท่านได้แต่งขึ้นมาและเขียนโดยการพาดพิง ลัทธิคอมมิวนิสต์ ซึ่งท่านได้เขียนเรื่องราวของความบ้าอำนาจของลัทธิคอมมิวนิสต์ ซึ่งในหนังสือของท่านและบทความของท่าน ในนิตยาสาร ได้ กล่าวถึงความเป็นมาและความเลวทรามของลิทธิคอมมิวนิสต์ มาตั้งแต่ครั้ง ปี 1848 ซึ่งท่านเป็นผุ้เขียนประวัติเหล่านี้ลงในนิตยาสาร จนกระทั่งสร้างความไม่พึงพอใจให้กับ พวกคอมมิวนิสต์ในยุคนั้น และในที่สุดท่านถุกตัดสินให้จำคุก เมื่อ ปี 1983 เป็นเวลา 10 ปี 5ปี ในการต้องทนทุกทรมาณอยู่ในคุกของพวกคอมมิวนิต์ จนกระทั่งถึงการล่มสลายของลัทธิคอมมิวนิสเมื่อ ปี 1989 ท่านจึงถูกปล่อยตัวออกมา หลังจากนั้นเอง ท่านจึงออกมาตั้งพรรคการเมือง และ เมื่อ ยูโกสลาเวีย แตกออกเป็นเสี่ยง เมื่อ ปี 1989 นั้น ปี 1990 ท่านจึงลงเลือกตั้งและกลายเป็นประธานาธิบดี คนแรกของ บอสเนีย เฮอเซโกวินา ในปี 1990 นั่นเอง
แต่แล้วสงครามในบอสเนียจึงเกิดขึ้น การฆ่าล้า่งเผ่าพันธ์ของ เซอร์เบีย และโครแอตซึ่งในสมัยนั้นยังไม่แยกประเทศ ยังคงเป็นบอสเนีย แต่ด้วยความไม่พอใจต่อชาว มุสลิม ที่มีในประเทศจำนวน 63% ของมุสลิม ภายไต้การนำของประธานาธิบดี อลีจา อิเซตเบโกวิค ต้องการแยกตัวเป็นอิสระ สงครามทั้ง 3 ฝ่ายจึงเริ่มขึ้น ถ่ามกลาง สายตาของมหาอำนาจ ตะวันตกที่ยืนมองด้วยความ เย็นชา ประธานาธิบดี อลีจา อิเซตเบโกวิค ได้ทำการเรียกร้องให้นักรบ มูญาฮิดีน ปรากฏขึ้นบนดินแดนนแห่งนี้ และได้มี นักรบ มูญาฮิดีน จากที่ต่างๆของโลกเข้าร่วมในสงคราม ญิฮาดในครั้งนี้อีกด้วยเพื่อทำการต่อต้านกองทัพคอมมิวนิสต์ภายใต้การนำของ ปธน.สโลโบดัน มิโลเซวิซ แ่ห่ง ยูโกสลาเวีย หรือเซอเบีย ซึ่ง
ได้รับการสนับสนุนของชาติตะวันตก อเมริกา และสหประชาชาติ ตลอดระยะเวลา กว่า 10 ปีของการดำรงค์ตำแหน่งตลอดระยะเวลาแห่งการต่อสุ้และวางแผน ท่านเป็นนักวางแผนต่อความสำเร็จในการโจมตีของ มูญาฮิดีน แห่งบอสเนียที่มีต่อศัตรู
อลีจา อิเซตเบโกวิค กล่าวเสมอว่า เสรีภาพแห่งชาว มุสลิมจะต้องอยุ่เหนือกว่า พวกคอมมิวนิสต์การต่อสู้ตลอดระยะะเวลากว่า 10 ปีของการเป็นผุ้นำ ตลอดระยะเวลาแห่งการต่อสุ้ ในเวลาค่ำคืนที่ท่านไม่อาจจะข่มตาหลับได้ การที่ต้องปกป้องประชาชนจากการถุกเข่นฆ่านั้น คือ ความต้องการของยอด ผุ้นำท่านนี้ ท่านไม่อาจทน ดู การกระทำเช่นนี้ได้ ทั้งในสนามรบ และในสนามนานาชาติ ท่านได้ต่อสุ้เพื่อให้มีการหยุดยิงเกิดขึ้น ในบอสเนีย จนกระทั่ง 10 ปี แห่งการต่อสุ้เมื่อทุกอย่างสงบลงแล้ว ภายไต้ ความโศรกเศร้าของท่านและ ประชาชนต่อความสูญเสียแห่งไฟสงครามในครั้งนี้ ท่านพยายามป,ุกฝังแนวคิดในการต่อสุ้ให้กับผุ้กล้าแห่งบอสเนีย ความขมขื่นที่สุดตลอดระยะเวลา ของการเป็นประธานาธิบดี ในการปกป้องประชาชน ช่วงปี 1990-1996 คือบททดสอบอย่างหนักของท่าน ในการต่อสุ้ของท่านเพื่อปกป้องประชาชนของท่าน จนในที่สุด
สายลมแห่งความหวังได้พัดพาความเศร้าโศกไป จนในที่สุดบั้นปลายชีวิตของนักสู้ผู้กล้าผุ้ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานับประการ นับตั้งแต่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ตั้งแต่ ปี 1990-2000 จนในที่สุดชีวิตที่เหลือของท่าน ในวัยอันร่วงโรย นั้น ท่านได้ทิ้งหลายต่อหลายสิ่งไว้ให้ชาวบอสเนียได้จดจำ เรื่องราวแห่งการต่อสุ้ของท่าน ปี 2003 ประธานาธิบดี อลีจา อิเซตเบโกวิค ได้จบชีวิตแห่งการต่อสุ้ลงอย่างสงบ ในกรุง เวอราเจโว เมืองหลวงของบอสเนีย เฮอเซโกวีน่า ด้วยวัย 78 ปี ถ่ามกลางความโศรกเศร้าของชาวมุสลิม ใน บอสเนีย เฮอเซโกวีน่า และชื่อของท่านจะเป็นที่จดจำของชาวบอสเนียและชาวมุสลิมทั่วโลกตลอดไป ...อามีน
ขอพระองค์อัลลอฮดโปรดทรงประทานแสงสว่างให้กูโบร์ของท่าน ประธานาธิบดี อลีจา อิเซตเบโกวิค แห่ง บอสเนีย เฮอเซโกวินา ด้วยเถิด...อามีน
Arlee Khan Jundullah แปลและเรียบเรียง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น