วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เชค อาบูมูซาบ อับดุลวาฏ็อด อามีรสูญสุดของอัล-กออิดะฮ์ เเห่งแอลจีเรีย

 
 
 


เชค อาบูมูซาบ อับดุลวาฏ็อด
ชื่อจริง: Abu Musab Abdul Malik Droukdel
อามีรสูญสุดของอัล-กออิดะฮ์ เเห่งแอลจีเรีย
Al-Qaeda fie Maghrib Islam (AQIM)

เชค อาบูมูซาบ อับดุลวาฎ็อด เกิดเมื่อวันที่ 20 เมษายน 1970 ในเมือง Meftah แอลจีเรีย ท่านได้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ทางด้านของคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย Blida ก่อนที่จะเข้ารวมเป็นมุจาฮีดีนในปี 1996
ช่วงสงครามการรุกรานอัฟกานีสถาน ท่านได้เดินทางเข้ารวมทำสงครามญีฮาดขับใล่การรุกรานของกองทัพเเดงโซเวียต เเละได้เป็นผู้บัญชาการคนสำคัญในช่วงเวลานั้น
ในขณะที่ท่านต่อสู่อยู่ในอัฟกานิสถาน ท่านได้มีโอกาสรู้จักเเละรวมงานกับผู้ก่อตั้งกลุ่ม อัล-กออิดะฮ์ อิรัก (จุดกำเนิด รัฐอิสลาม) เชค อาบูมูซาบ อัล-ซัรกอวีย์ (ร.ฮ) ที่ซาย์ฮิดจากการโจมตีโดยอเมรีกา เมื่อปี 2006
หลังการเสียชีวิต (ซาย์ฮิด) ของเชค ซัรกอวีย์ ท่านทราบข่าวเเละเสียใจกับการจากไปของผู้นำคนสำคัญใน อิรัค เเละได้ปล่อยคลิปวิดีโอ ผ่านอินเทอร์เน็ตโดยที่กล่าวว่า: "..โอ้บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาและมุรตัดดีนทั้งหลาย ความสุขที่พวกเจ้าสามารถสังหาร ซัรกอวีย์ มันจะเป็นเพียงเเค่ระยะเวลาสั้น ๆ แต่พวกเจ้าต้องพบกับความเจ็บปวดร้องไห้เสียใจเป็นเวลานาน ... เพราะเราทุกคนคือซัรกอวีย์"

ช่วงปี 1996 สินสุดสงครามอัฟกานิสถาน
ท่านกลับไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนแอลจีเรีย และเข้าร่วมกับ GSPC
จนได้รับการแต่งตั้งผู้นำในภูมิภาค menjadai อยู่เป็นเวลาหลายปีก่อนที่ท่านจะได้รับการแต่งตั้งเป็นอามีรสูงสุดของ GSPC ในปี 2004 หลังจากการเสียชีวิตของผู้นำคนก่อน Syeikh Nabil Sahraoui เมื่อปี 2004
สงครามญีฮาดในทวีปเเอฟริกา GSPC ภายใต้การนำของเชค อาบูมูชาบ อับดุลวาฎ็อด ท่านเริ่มดำเนินงานจากระดับท้องถิ่นเเละได้ขยายไปทั่วทวีปโดยไม่ จำกัดขอบเขต จนถูกพิจารณาโดยประชาคมโลกจัดขึ้นบัญชีเป็น "กลุ่มก่อการร้ายระหว่างประเทศ" เพราะเป็นภัยคุกคามต่อผลประโยชน์ของต่างประเทศในทวีปแอฟริกา เเละเดือนกันยายน ปี 2006 GSPC ประกาสสลายเข้าร่วมกับ องค์กรญิฮาดระดับโลก และต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น อัล-กออิดะฮ์ เเห่งเเอลจีเรีย Al-Qaeda fie Maghrib Islam (AQIM) เมื่อเดือนมกราคม ปี 2007

->>>>>>>>>>>
การดำเนินงานของอัล-กออิดะฮ์ เเอลจีเรีย ภายใต้การนำของท่านได้ทำการโจมตีที่ร้ายแรงอย่างต่อเนื่องในประเทศเเอลจีเรีย
- เมื่อตุลาคม ปี 2006 อัล-กออิดะฮ์ เเอลจีเรีย ได้ทำการโจมตีครั้งร้ายเเรงที่สุด ด้วยหน่วยพลีชีพในสถาณีตำรวจเเห่งชาติเขตชานเมือง Dergana-Réghaïa
- วันที่ 10 ธันวาคม 2006 โจมตีขบวนรถทหารต่างชาติในเมือง เเอลเจียร์ ทางด้านตะวันออกของเเอลจีเรีย
- วันที่ 3 มีนาคม ปี 2007 อัล-กออิดะฮ์ เเอลจีเรีย ทำการโจมตีเอกราชธุของ รัฐเซีเรีย
- วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2007 เจ็ดการโจมตี ด้วยระเบิดรถยนต์ทำลายระบบรักษาความปลอดภัยใน Boumerdes-Tizi-Ouzou
- วันที่ 11 เมษายน 2007 ท่านเชค อาบูมูซาบ ยังรับผิดชอบในการวางระเบิดสถานที่ราชการและสำนักงานตำรวจสืบสวนคดีอาชญากรรมแอลจีเรีย การโจมตีเหล่านี้ส่งผล ให้มีผู้เสียชีวิต 33 คน และบาดเจ็บกว่า 245 คน
เเละนอกจากนี้เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ปี 2007 อัล-กออิดะฮ์ เเอลจีเรียยังอ้างความรับผิดชอบ สำหรับการโจมตีสำนักงานสหประชาชาติและอาคารศาลรัฐธรรมนูญในแอลเจียร์ ทำให้สมาชิกคณะกรรมการเสียชีวิตหลายราย นอกเหนือจากการโจมตีต่อผลประโยชน์ของต่างประเทศและรัฐบาล อัล-กออิดะฮ์ เเอลจีเรีย ยังมีการจับกุมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและทหารสหรัฐหลายคนในช่วงปี 2008, 2009,

ในหลักสูตรของอัล-กออิดะฮ์ เเห่งเเอลจีเรีย ไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่นตามที่คาดหวังไว้ เนื่องจากเกิดความขัดเเย้งภายใน เมื่อปี 2012 เเกนนำหลายคนที่ได้แยกตัวเองออกจากเชค อาบูมูซาบ อับดุลวาฎ็อด เพื่อสร้างกลุ่มเเละเเต่งตั้งผู้นำคนใหม่ Mokhtar Belmokhtar แม้ว่าอัล-กออิดะฮ์ เเห่งเเอลจีเรียจะแยกกับ Belmokhtar เเต่ในเชิงควาามสำพันธ์ยังมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับองค์กรญิฮาด อัล-กออิดะฮ์ศูนย์กลาง
เเม้สมาชิกบางคนของอัล-กออิดะฮ์ เเอลจีเรีย ได้แยกตัวเองจากสกัดของเชค อาบูมูซาบ อับดุลวาฏ็อด แต่สหรัฐยังเชื่อว่านี่คือกลุ่ม ที่เป็นภัยคุกคามมากที่สุดต่อกองทัพสหรัฐเเละผลประโยชน์ตะวันตก เพราะยังมีนักรบอัล-กออิดะฮ์อีกหลายพันคน ที่ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในทวีป เเอฟริกา ของประเทศ Maghribil, Mali, Aljazair, Niger, Mauritani, Libya, Tunisia dan Maroko.
เมื่อเดือน มีนาคม ปี 2012 รัฐบาลเเอลจีเรีย ได้ปล่อยข่าวว่าเชค อาบูมูซาบ อับดุลวาฎ็อด ถูกจับกุมเเละตัดสินโทษประหารชีวิต แต่ต่อมาเมื่อเดือน กรกฎาคม ปี 2014 ท่านปรากฏตัวขึ้นในคลิปวิดีโอพร้อมระกาสว่า " Jama’ah Humat Ad-Dakwah As-Salafiyah" ได้เข้ารวมกับอัล-กออิดะฮ์ เเอลจีเรีย Al-Qaeda fie Maghribil Islam (AQIM) "
การปรากฏตัวในวิดีโอเมื่อ กรากฎาคม ปี 2014 ได้เเสดงให้เห็นว่าท่านยังมีชีวิตอยู่ เเต่ได้หลบซ่อนตัวอยู่ในหูบเขาทางภาคเหนือ ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนแอลจีเรีย พร้อมยังคงฝึกอบรมเหล่านักรบอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้สมาชิกทุกคน ที่จะแพร่กระจายไปทั่วทวีปแอฟริกาตะวันตกและภาคกลาง เจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐกล่าวว่า อัล-กออิดะฮ์ เเห่งเเอลจีเรีย เป็นกลุ่มที่เป็นที่ยอมรับมากที่สุดและมีประสิทธภาพมากในการโจมตี จากกลุ่มญีฮาดที่เคลื่อนไหวอยู่ในทวีปเเอฟริกา เช่น มุจาฮีดีนโบโก ฮาราม เเห่งไนจีเรีย เเละมุจาฮีดีน อัล-ชาบัต เเห่งโซมาเลีย ..

->>>>>>>>>>>
ขอพระองค์อัลลอฮฺทรงโปรดปรามประทาน ความง่ายดายในการดำเนินงานของท่าน เเละทรงค้มครองท่านเชค อาบูมูซาบด้วย อามีน
เเปล-เรียบเรียงโดย; Mizee Mizu

วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ประธานาธิบดี อัสลาน มัสคาดอฟ แห่งเชเชน

 
 


ประธานาธิบดี อัสลาน มัสคาดอฟ แห่งเชเชน ยอดผู้นำ มูญาฮิดีน ที่โลกไม่ลืม

อัสลาน‬ มัสคาดอฟ เกิดปี 1951 เรียกร้องความสนใจ โดยที่ที่ บิดา ซึ่ง บิดา และมารดา ท่านได้ให้กำเนิดท่าน ในหมู่บ้าน ซูบาร์ ในจังหวัด นัดเชอน่า สาธารณรัฐ เชชเนีย ในครอบครัว ที่อบอุ่น ในวัยเด็กท่านต้องต่อสุ้กับความยากจน และความ ที่จะต้องดิ้นรนจากการเป็นอิสระ จากความเหลื่อมล้ำของสังคมในยุคนั้น

อัสลาน มัสคาดอฟ จบการศึกษาจาก จอร์เจีย ในปี 1972 และจากนั้น ท่านได้เข้าร่วมกับสถาบัน ทางทหารในเมือง เลนินกราด และได้จบการศึกษาอีกครั้งที่สถาบันการทหาร ระดับเกียรตินิยม ในปี 1981 หลังจากนั้นท่านได้มาทำงาน อยุ่ ในฮังการี่ ในตำแหน่งของผู้บัญชาการทางทหาร ในสัยนั้น ของโซเวียด และเป็นที่ยอมรับ ในหมุ่เพื่อนฝูงของท่าน ในเรื่องของความฉลาดและปราถเปรื่อง

ในปี 1993 หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียดท่านอัสลาน มัสคาดอฟ ท่านได้รับตำแหน่ง ประธานฝ่ายพลเรือน ของสาธารณรัฐ เชชเนีย และ มีนาคม 1994 ท่านก็ได้ได้รับแต่งตั้ง เป็นประธานเสนาธิการร่วม กองทัพ แห่งสาธารณรัฐ เชเชน และเดือนธันวาคม 1994 ถึงเดือนมกราคม 1995 ท่านได้รับตำแหน่งให้รับผิดชอบและป้องกันทำเนียบประธานาธิบดี ในเมือง กรอซนีย์

หลังจากที่ รัศเซีย บุกเข้ามาไช้กำลังทางทหาร ในเชสเนีย ท่านก็เป็นผู้นำที่อาสาที่จะดับความทะเยอทะยาน ของพวกรัซเซีย เดือนสิงหาคม ปี 1996 ท่านได้ออกคำสั่งให้ มีการโจมตีตอบโต้ทหาร รัสเซีย ในกรอสนี่ เพื่อที่จะแสดงให้ทั้งโลกรู้ว่าท่าน และชาเชน ไม่เคยมีความหวดกลัวกับพวกรัสเซียเลย แม้ว่าจะมีกองกำลังที่ แข็งแกร่งก็ตามแต่ ซึ่งจากการต่อสุ้ของ นักรบ มูญาฮิดีน ในเชเชน และ เหล่า ชาวเชเชนนั้น ได้สร้างความเสียหายไม่ไช่น้อยให้กองทัพรัสเซีย จนในที่สุด ประธานาธิบดี บอริสเยลซิน ขอเจรจาเพื่อให้ความสูญเสียน้อยลง

ซึ่งปรากฏ บ ที่ 31 สิงหาคม 1996 หลังจาก เจรจากับ อเล็กซานเด อร์ เลเดบ, เลขานุการของ คณะมนตรีความมั่นคง รัสเซีย ก่อนหน้านี้ ได้ลงนามใน อัสลาน มัสคาดอฟ ได้ ยื่นข้อเสนอว่า ให้มีการถอนทหารรัสเซีย ออกไปจากเขต แนวรบซะ!โดยที่การเจรจานั้นล้มเหลว พวกรัซเซีย พยายาม ฝืนกฏที่วางเอาไว้ ส่งผลให้มีการ ต่อสุ้กันต่อไป

รัสเซีย พยายามส่งทหารเข้ามาเพื่อทำการสู้รบกับ เชสเนีย พวกรัสเซียได้ส่งหน่วยรบพิเศสที่เก่งที่่สุดเข้ามายังดินแดนแห่งนี้ และต้องพ่าย ไปกับการต่อสุ้กับ กองกำลัง มูญาฮิดีน ในเชสเนีย ซึ่ง ท่านได้วางแผนต่อสุ้กับพวกรัสเซียและสมารถ หยุดความบ้าของรัสเซียด้วยการ ทำลายเครื่องจักรสงครามทางทหารของรัสเซีย ให้พังพาบแบไม่เป็นท่าน ด้วยแผนที่เฉียบคมของท่าน

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 1997 เขาได้รับเลือก ท่าน อัสลาน มัสคาดอฟ ได้รับเลือกให้ดำรงค์ตำแหน่งประธานาธิบดี ด้วยคะแนนเสียงข้างมาก ซึ่งท่านเป็นที่ยอมรับจากประชาชน ในความกล้าหาญของท่าน และการสนับสนุน มูญาฮิดีนให้ต่อสุ้กับ รัสเซีย

ในปี 1999 นำ ในสงคราม ญิฮาด กับการ ปรากฏตัวของรัสเซียในครั้งที่สอง โดยท่านเป็นผุ้สนับสนุน ท่านนายพล ชามิล บาซาเยฟ ในการนำ กองกำลัง มูญาฮิดีน แห่ง เชสเนีย เข้าทำการต่อสุ้กับ รัสเซีย นอกจากการจะเป็นผู้นำแล้ว ในสมรภูมิเอง ท่านได้เป็น มูญาฮิดีน ในคราบของประธานาธิบดี ซึ่งท่านรับตำแหน่งเป็นพลแม่นปืน ในการสุ้รบ กับ ทหารรัสเซีย ที่มากระทำการข่มเหง พี่น้องประชาชน ชาวเชสเนีย ซึ่งนอกจากเป็นนักวางแผนและเจรจาแล้ว ท่านยังเป็นนักรบที่กล้าหาญ อีกท่าน เลยก็ว่าได้

โดยที่ท่านได้เคยกลล่าวไว้ว่า"" เราจะขอ ไช้เวลา ชีวิต และทรัพสินของเราไปในวิถีทางแห่งอัลลอฮ เพื่อปลดปล่อย การกดขี่ในประเทศเรา เชสเนีย ยังคงตกเป็นเหยื่อแห่งการรุกราน ซึ่งการ ญิฮาด คือคำตอบเดียวในการที่จะปกป้องพี่น้องชาวเชเชน มันจะอยุ่ใน หัวใจพวกเราเสมอ เพราะ แท้จริง พระเจ้าส่งเรามายับยั้ง ความเลวทรามของพวกรัสเซีย ในการ เข่นฆ่า คนบริสุทธ์ และทำการละเมิด สิทธิของพี่น้อง มุสลิมในเชสเนีย พวกเราชาวเชเชนจะยอมปกปักบ้านของพวกเรา แล้ว เราจะไม่หนีออกจากบ้านของเรา ถ้าตายเราก็จะขอตายที่นี่ ในเชสเนีย ในวิถีแห่งการ ญิฮาด

และท่านได้เคยกล่าวไว้ในปี 2002 โดยท่านได้กล่าวว่า ""เราจะสร้างรัฐอิสลามกันที่นี่ ในเชสเนีย เราจะนำธรรมนูญของอิสลามมาปกครองดินแดนแห่งนี้""นี่คือถ้อยแถลงที่ทรงพลังของท่าน

มีนาคม 2005 อัสลาน มัสคาดอฟ ถูกลอบสังหารโดย กองกำลังพิเศส ของรัสเซีย ซึ่ีงการจากไปของท่าน ท่านได้มอบหมายภาระ การเป็นมูญาฮิดีน และการ ญิฮาด ให้กับ ท่าน โดคู อูมารอฟ ได้ดูแลรักษา การ ญิฮาดให้ดำรงค์ต่อไป ในดินแดนนี้ จนกว่า เชสเนีย จะกลับมาไช้ระบบอิสลาม นี่คือ คำสั่งเสียก่อนการเสียชีวิตของท่าน ....ขอพระองค์อัลลอฮโปรดทรงประธานแสงสว่างให้กูโบร์ของ ท่าน อัสลาน มัสคาดอฟ ด้วยเถิด..อามีน
 
Arlee khan Jundullah(แปลและเรียบเรียง)

วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เชค อาบู อุสมาน อัล-คิมรินส์กีย์ อามีรคนล่าสุดของอิมาเราะห์ คอเคซัส

 
 
 
 
 
 



ซาย์ฮิดเชค อาบู อุสมาน อัล-คิมรินส์กีย์
ชื่อจริง; Mahomed Suleimanov Alievich
อามีรสูงสุดของอิมาเราะห์ คอเคซัส

ก่อนที่ท่านมาเป็นอามีรสูงสุดของอิมาเราะห์ อิสลามมิน คอเคซัส เชคอาบู อุสมาน เป็น qadhi (ผู้พิพากษาชารีอะห์) คอเคซัส และในขณะเดียวกันท่านก็ยังทำหน้าที่เป็นอามีร ในพื้นที่เทือกเขาของ ดาเกสถาน
เชค อบู อุสมาน อัล-คิมรินส์กีย์ เกิดเมื่อปี 1976 ขณะนี้วัย 39 ปี ในเมือง Gimry ดาเกสถาน หลังจากที่เสร็จสิ้นการมอบทุนการศึกษา จากนโยบายการศึกษาอิสลามในดาเกสถาน
ปี 1992 ท่านได้ย้ายไปยังประเทศซีเรีย เพื่อศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยฟาตาห์ อัล-อิสลาม หลังจากจบการศึกษาในซีเรีย ทางด้านวิทยาศาสตร์เเละกฏหมายชารีอะห์อิสลาม เชค อุสมาน ก็ตัดสินใจที่จะกลับบ้านเกิด เพื่อเผ่ยเเพร่ความรู้ให้กับในสิ่งท่านศึกษามา
ความสามารถในเชิงความรู้ เชค อบูอุสมาน ประสบความสำเร็จเเละได้เป็นที่ยอมรับของคน Gimry ในวัยหนุ่ม ต่อมาท่านปราบดาภิเษกขึ้นเป็น qadhi ของมัสยิดกลาง ในเมือง Gimry ภายในหนึ่งปีชื่อของท่าน เชค อบูอุสมาน อัล-คิมรินส์กีย์ เป็นที่รู้จักกันทั่วดาเกสถาน ในฐานะเป็นนักกฎหมายที่เคร่งศาสนา ผู้คนจากทั่วทุกมุมดาเกสถานแห่กันไปให้ท่าน แก้ปัญหาด้วยกฎหมายผ่านศาลที่นำโดยท่านเสมอ
เมื่อปี 2006 เชค อบูอุสมาน อัล-คิมรินส์กีย์ ได้เข้ารวมกับอิมาเราะห์ คอเคซัส อย่างเป็นทางการ เเละท่านได้รับมอบหมายเป็น qadhi ศาลชารีอะห์อิสลามในเขตพื้นที่ ดาเกสถาน
จากนั้นในปี 2007 อามีรสูงสุดของอิมาเราะห์ คอเคซัสช่วงเวลานั้น ได้เเต่งตั้งท่านเป็นอามีรมุจาฮีดีน คอเคซัส ในเขตเทือกเขา ดาเกสถาน
ในปี 2008 เนื่องจากความกดดันของประชาชน ดาเกสถาน และญาติพี่น้องของท่าน ท่านจึงลงจากเทือกเขาและกลับไปยังบ้านของพวกเขา เพื่อที่จะให้ความช่วยเหลือ ในขณะที่หัวใจของท่านยังรักในการจีฮาด และปฏิเสธที่จะยอมอ่อนข้อให้เงื่อนไข dhalim เกี่ยวกับศาสนาอิสลามและชาวมุสลิม คอเคซัส
เเละเมื่อปี 2009 เชค อบูอุสมานได้กลับต่อสู้ เคียงข้างพี่น้องคอเคซัสด้วยอาวุธอีกครั้ง
เชค อบู อุสมาน อัล-คิมรินส์กีย์ ได้รับความมั่นใจต่อประชาชนในการเป็น qadhi สำหรับพี่น้องมุสสิมของอิมาเราะห์ คอเคซัส เเละเป็นที่รู้จักกันอย่างดี เชค อบูอุสมาน เน้นความยุติธรรมโดยใช้มาตรฐานทางกฎหมายชารีอะห์อิสลาม รวมทั้งยังมีประเด็นที่สำคัญ เช่น กรณีของการกรรโชกโดยกลุ่มที่ไม่หวังดีที่ไร้ยางอาย ตัวอย่างที่น่าจดจำมากที่สุด คือคำตัดสินของ เชค อบูอุมาน ให้ในกรณีของการกรรโชกโดย Ibragim Gajidadaev สำหรับผู้ประกอบการในท้องถิ่น
ศาลของรัฐบาลกลางรัสเซีย ได้พยายามที่จะทำให้เสียชื่อเสียงและทำลายความน่าเชื่อถือของ เชค อบูอุสมาน ในหลาย ๆ ครั้ง หนึ่งในนั้นคือข้อกล่าวหาท่านว่า เป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรม masterminding ผู้นำที่มีชื่อเสียงมากของ "ชาวซูฟีย์" ในดาเกสถาน เขาถูกฆ่าเสียชีวิตใน เดือนสิงหาคม 2012 ด้วยระเบิดพลิชีพที่ดำเนินการโดย Aminat Kurbanova ทางรัฐบาลรัสเซียช่วยโอกาสโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อหวังที่จะจุดประกายความโกรธเเค้นระหว่างผู้ติดตาม "ชาวซูฟีย์" ต่อเชค อบู อุสมาน โฆษณาชวนเชื่อนี้ประสบความสำเร็จ ในหมู่ของประชาชนในอำเภอ Gimry

เชค อาบู อุสมาน อัล-คิมรินส์กีย์ เป็นที่น่าสังเกตว่าท่านไม่ได้เป็นที่ยอมรับเพียงเเค่ในหมู่มุสสิม กองกำลังความมั่นคงเเห่งชาติ และกองทัพทหารรัสเซีย ได้สร้างแรงกดดันซ้ำให้กับประชากร Gimry ในปีที่ผ่านมาเพื่อให้พวกเขาส่งมอบ เชค อบูอุสมาน และลูกน้องของท่านต่อเจ้าหน้าที่รัสเซีย อย่างไรก็ตาม แม้จะมีแรงกดดันต่างๆ พวกเขารู้สึกว่าประชาชน Gimry ยังคงลังเลที่จะเปลี่ยนมอบ เชค อบู อุสมาน กลับกันพวกเขายังคงช่วยในการซ่อนตัวของท่าน

หลังจากการดำเนินการทางทหารรัสเซีย ที่นำไปใช้อย่างต่อเนื่องใน Gimry ประชาชนจำนวนมากต้องสูญเสียบ้านของพวกเขา หลังถูกบังคับให้หนีไปยังชนบท ในปฏิบัติการที่เรียกว่า "Vremenny" ซึ่งปฏิบัติการทางทหารรัสเซียครั้งใหญ่ล่าสุด เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2014 และเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบทั้งหมดของทหารตำรวจและหน่วยรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (เอฟเอ) ทหารรัสเซียและทหาร "มุรตัดดีน"
ผู้บัญชาการของปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่นี้ ได้รับอนุญาตจงใจขโมยทรัพย์สิน อย่างเห็นได้ชัดที่จะลงโทษชาวบ้านที่ได้รับการสนับสนุนจาก mujahiidin ชาวบ้านต้องสูญเสียดินแดนของเขาทั้งหมด และมีสถาบันการศึกษาอิสระจำนวนมากที่พยายามจะฟ้อง ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน แต่ก็ยังคงไม่มีประโยชน์
เมือง Gimry ไม่ได้เป็นเพียงบ้านเกิด ของทั้งสองอิหม่ามที่มีชื่อเสียงของดาเกสถาน อิหม่าม Syamil และบรรพบุรุษของเขา Gazi-Mulla Gimry เเต่ยังเป็นหัวใจของหุบเขา Avaria เพื่อให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศนี้ได้อย่างรวดเร็ว สะท้อนรอบชุมชนวาร์ในดาเกสถาน ชนเผ่าวาร์ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในดาเกสถาน เหตุผลหลักสำหรับความล้มเหลวของนโยบาย มอสโก รัสเซีย ในภูมิภาคนี้คือการขาดของการดำเนินงานทางด้านจิตใจที่จะกำหนดเป้าหมาย!
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ปี 2015 เว็บไซต์ของอิมาเราะห์ อิสลามมิน คอเคซัส ได้ปล่อยข่าวอย่างเป็นทางการว่าได้เเต่งตั้ง เชค อบู อุสมาน อัล-คิมรินส์กีย์ ขึ้นเป็นอามีรสูงสุดของอิมาเราะห์ คอเคซัส ต่อจาก (ซาย์ฮิดเชค อาบู มูฮำหมัด อัล-ดาคิสตานีย์) หลังจากที่ได้รับ"ซาย์ฮิด" จากการสู้รบกับกองทัพรัสเซียใน ดาเกสถาน เมื่อวันที่ 19-20 เมษายน ที่ผ่านมา

เเละเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ปี 2015 ทางอิมาเราะห์ คอเคซัส ได้มีการยืนยันว่า ท่านเชค อาบู อุสมาน อัล-คิมรินส์กีย์ ได้รับซาย์ฮิด(เสียชีวิต)จากการที่ถูกปิดล้อม ของกองทัพรัสเซียในจังหวัด ดาเคสถาน

->>>>>
ขอพระองค์อัลลอฮ์ทรงโปรดประทาน เเสงสว่างเเด่กูโบร์ของท่าน เชค อบู อุสมาน อัล-คิมรินส์กีย์ เเละทรงตอบรับท่าน อยู่ในหมู่ของชาวซาย์ฮิดด้วยเถิด .. อามีน
เเปล-เรียบเรียงโดย; Mizee Mizu