มุล
ลออ มูฮัมมัด โอม่า คือผู้นำสูงสุดของตาลิบัน มูญาฮิดีน ซึงถือได้ว่าเป็น มูญาฮิดีน ที่แข็งแกร่งที่สุดอีกกลุ่ม ซึ่งท่านเคยปกครอง ประเทศอัฟกานิสถาน ตั้งแต่ ปี 1996-2001 ซึ่ง ประวัติของท่าน ในอดีดนั้น หาดูได้ยากมาก ดังนั้นจึงอยากจะเสนอประวัติท่านแบบคร่าวๆ เกี่ยวกับความแข็งแกร่งของท่าน ในอดีดที่ผ่านมา
มุลลออ มูฮัมมัด โอม่า เกิด เมื่อ ปี 1959 ในหมู่บ้านที่ชื่อว่า แฟรบีด ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยุ่ ในจ.กันดาฮาร์ ประเทศอัฟกานิสถาน ซึ่งมีพรมแดนติดกับประเทศ ปากีสถาน ท่าน มุลลออ มูฮัมมัด โอม่า เป็นคนเชื้อสายปาทาน ที่มาจากตระกูลที่มีประวัติความเป็นมาที่แข็งแกร่งอีกตระกูล ของชนเผ่า ปาทาน ซึ่งเผ่าของท่านและบรรพชนของท่าน ล้วนเป็นนักรบที่เคยปกป้อง ประเทศ อัฟกานิสถานแห่งนี้ โดยที่ท่านเกิดมา ในครอบครัวที่ยากจน ซึ่งบิดา ของท่านนั้นเสียชีวิต ตั้งแต่ท่าน อายุได้เพียง 3 ขวบ เท่านั้น ท่านเป็นเด็กกำพร้ามาตั้งแต่ยังวัยเยาว์ และชีวิตในวัยเยาว์ของท่าน หลังจากบิดาเสียชีวิต ท่านจึงได้ไปอาศัยกับลุงของท่าน ซึ่งท่านเองก็ได้ศึกษา ศาสนา เมื่อตอนที่ท่านยังเป็นเด็กกับลุงของท่าน ที่มี ชื่อว่า เมาลานา มูฮัมมัด อันวา
เมื่อกองทัพโซเวียดได้เข้ามารุกราน ประเทศ อัฟกานิสถาน ซึ่งในขณะนั้นท่านเองยังศึกษาอยู่ ในสถาบันการศึกษา ในปากีสถาน ซึ่งท่านเองเมื่อเห็นว่าโซเวียดได้เข้ามารุกราน ท่นจึงออกจากโรงเรียน ของท่านแล้วเข้าร่วมต่อสุ้ เป็นหัวหอกของการ ญิฮาด กับโซเวียตเมื่อ อายุของท่านได้เพียง 19 ปี เท่านั้น มุลลออ มูฮัมมัด โอม่า เป็นนักรบ ที่มีรูปร่างที่สูงใหญ่ ความสูงของท่านนั้นวัดได้ถึง1.98 ซ.ม ท่านเป้นคนที่แข็งแรง และท่านเองก็เป็นคน เป่าประกาศ ด้วยการระดม พลทั้งหมด ของนักศึกษา ทั้งใน ปากีสถานและอัฟกานิสถาน เป็นกองทัพใหญ่ที่สุด และเป็น กลุ่มแรกที่หาญกล้าออกมา ญิฮาด ต่อสุ้กับ พวกโซเวียด ซึ่งในขณะนั้น ไม่มีกลุ่มใดกล้าออกมาต่อกร พวก โซเวียดเลย ซึ่งท่านและกองทัพ ตาลิบันของท่าน เป็นนักรบ ที่มีความแข็งแกร่ง บวกกับ การต่อสุ้ที่รุนแรงเด็ดขาด ทำให้ท่าน ได้รับความ นิยมชมชอบ เป็นอย่างมาก กับชาวเมืองกันดาฮาร์และเมืองอื่นๆ และท่านเป็นจุดเริ่มต้นและผู้ก่อกำเนิดนักรบ ตาลิบัน ซึ่งเป็นกองทัพที่แข็งแกร่ง และน่าสพรึงกลัวสำหรับพวก โซเวียด ในขณะนั้น
ซึ่งในขณะที่ทำการนำกองรบของ ตาลิบัน เข้าสุ้และขับไล่สหภาพ โซเวียด ท่านเองนั้นในขณะนั้น ได้ต่อสุ้ด้วยความกล้าหาญ จนกระทั่ง ดวงตาข้างขวาของท่านนั้น บอดลงเนื่องจากการบาดเจ็บในระหว่างการสู้รบกับ พวกโซเวียด ซึ่งจากการสู้รบของท่านนั้น ท่านเองไม่ยอมปริปากถึงความเจ็บปวดอันนั้นของท่านเลย ตลอดระยะเวลาของการสู้รบ อามีรุล มุมีนีน อย่างท่าน มุลลออ มูฮัมมัด โอม่า ท่านไม่เคยให้สัมพาสใดๆกับสื่อเลย ซึ่งถ้ามีก็น้อยครั้งมาก โดยท่านจะเป็นหัวหอกในการเป็นผุ้นำ ญิฮาด มากกว่า การ ปรากฏตัวกับสื่อสาธารณะชน
ในสมรภูมิญิฮาด กับพวกโซเวียด ในการต่อสุ้ของท่านนั้น ความแ๘้งแกร่งของ ท่านนั้น ท่านต่อสุ้กับพวกโซเวียดจนได้รับบาดเจ็บถึง 3 ครั้งจากการสู้รบที่ดุเดือด กับทหารของกองทัพสหภาพโซเวียด
ปี 1996 กองกำลัง มูญาฮิดีน ตาลิบันได้ควบคุม พื้นที่ได้มากทางตอนไต้ของอัฟกานิสถาน ภายหลังจาก กองทัพโซเวียด ได้ถอนทหารออกไป จากอัฟกานิสถานตั้งแต่ปี 1989 ซึ่งหลังจากนั้นสงครามกลางเมือง เรื่องการชิงอำนาจจึงเกิดขึ้น
ซึ่งในขณะนั้น มุลลออ มูฮัมมัด โอม่า เห็นว่าสถานการต่างๆของประเทศ เริ่มแตกแยกลงแล้ว และในช่วงเวลานั้นเองท่าน ได้รวบรวมกองกำลังของนักรบ ตาลิบันทั้งหมด เข้าทำการ ปราบปราม พวกที่แข็งข้อและ สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน ในขณะที่มีสงครามกลางเมือง ในคาบูล ซึ่งขณะนั้นกองทัพที่แข้งแกร่งและมีจำนวนมากที่สุดคือ กองทัพของตาลิบัน
มุลลออ มูฮัมมัด โอม่า จึงตัดสินใจ ยกกองทัพและ ยุธโทปกรณ์ ทุกๆอย่างที่ยึดได้จากรัสเซีย รวบรวมทุกอย่างและนำกองทัพของตาลิบัน เข้ายึดกรุงคาบูล ได้สำเร็จ เมื่อดือนกันยายน พ.ศ. 1996 หลังจากนั้นท่านได้นำ ชาริอัต อิสลามมาปกครอง ประเทศอัฟกานิสถาน ซึ่งท่านเองได้ ปฏิรูบประเทศแห่งนี้ให้มาอยุ่ภายไต้การปกครองแบบอิสลาม ที่ว่า ทุกคน ไม่ว่าจะศาสนาใดๆสามารถ อยุ่ด้วยกันแบบสันติ ภายไต้ ชาริอัตอิสลาม ซึ่งการปกครองของท่านในแบบนี้สร้างความไม่พอใจให้ พวกตะวันตกเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งในขณะนั้นท่านเชค อุซามะฮ์ บินลาเด็น ได้อาศัยลี้ภัยอยู่ในอัฟกานิสถาน และจากเหตุการ 11 กันยายน ปี 2001 นั้น รัฐบาล อเมริกันจึง อาศัยจังหวะนี้เป็นข้ออ้างบุกเข้าไป ถล่ม รัฐบาล ตาลิบัน ในเวลานั้นให้แตกพ่าย
ซึ่งท่าน มุลลออ มูฮัมมัด โอม่า กล่าวว่าจะเป็นหรือตาย เราในฐานะ ชนชาติ ปาทาน เราจะไม่ส่งแขกของเรา อุซามะฮ์ บินลาเด็น ให้ศัตรูเด็ดขาดไม่ว่า จะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เพราะนี่คือรัฐธรรมนูญของพวกเรา นี่คือคำกล่าวของท่าน ที่ทรงพลังอย่างมาก
และ เมื่อรัฐบาล ตาลิบันหมดอำนาจใน ปี 2001 สหรัฐและนาโต้ก็เริ่มควานหาตัวท่าน และกับปริสนาแห่งการหายตัวไปของท่านยังคงเป็นที่ฉกคิด จนในที่สุด เมื่อ วันที่ 28 เดือน กรกฏาคม ปี 2015 ก็ได้มีข่าวยืนยันถึงการเสียชีวิตของท่าน จากแหล่งข่าวของ ตอลิบันเองหรือแหล่งอื่นๆ
บ้างก็ว่้าท่าน เสียไปกว่า 12 ปี บ้างก็ว่า ไม่กี่ปี 2-3 ปี
หรือ 1 ปี แต่จะเป็นเช่นไรนั้น
วัลลอฮุอาลัม อัลลอฮเท่านั้นที่รู้
ขอพระองค์อัลลอฮโปรดทรงประทานแสงสว่างให้กูโบร์ท่าน อมีร มุลลอฮ มูฮัมมัด โอม่า ผู้นำสูงสุดของ ตอลิบันด้วยเถิด...อามีน
Arlee Khan Jundullah (แปลและเรียบเรียง)








