วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2558

ซลิมคาน ยานดาร์บีเยฟ ยอดมุญาฮิดีน สมองเพชร แห่ง เชเชน(เชสเนีย)



ซลิมคาน ยานดาร์บีเยฟ ยอดมุญาฮิดีน สมองเพชร แห่ง เชเชน(เชสเนีย)

ในสมรภูมิรบ แห่ง เชสเนีย ความเก่งกาจ ต่างๆ นั้นนอกจากนักรบคนสำคัญๆที่เราเคยนำมากล่าวถึงหลายต่อหลายท่าน ซึ่ง ซลิมคาน ยานดาร์บีเยฟ ก็เป็นอีกหนึ่งท่านที่แม้ ชีวประวัติจะไม่โชคโชนสักเท่าใด แต่เรื่องของการวางแผนท่านนี้ก็ไม่เป็นสองรองใครอย่างแน่นอน

ซลิมคาน ยานดาร์บีเยฟ เกิด เมื่อ กันยายน 1952 ซึ่งท่านก็เป็นอีกท่านที่เกิดในชนบท ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ในวัยเด็กของท่าน ซลิมคาน ยานดาร์บีเยฟ ท่านเป็นดังสมองของ ขบวนการแห่งชาติ ชาวเชเชน เป็นอีกท่าน ที่ทำหน้าที่เป็น ผู้ช่วยวางแผนในเรื่องการ เคลื่อนไหวของญิฮาด ใน เชเชน ท่านเป็นคนที่หนักแน่น ในคำสั่ง แม้บันทึกประวัติศาสตร์เรื่องรวแห่งการ ญิฮาดของท่าน จะไม่เหมือนท่านอื่นๆ แต่ท่านก็ถือได้ว่าเป็นผู้ที่ต้านทานชั้นดีอีกท่าน ที่มีต่อพวกรัสเซีย

ซลิมคาน ยานดาร์บีเยฟ ในความเป็นจริงแล้ว ท่าน เป็นที่รู้จักกัน ในหมู่ วงการวรรณกรรม เป็น กวีและนักเขียน ท่านเป็นนักปฏิวัติ แห่งเชเชน ที่สามารถ ปฏิวัติตนเองจาก คนที่เป็นเพียงนักกวี ไปสู่ นักการเมืองระดับ อาวุโศ จนกระทั่งเป็น มูญาฮิดีน ท่าน ซลิมคาน ยานดาร์บีเยฟ ท่านได้เรียนและศึกษาภาษา อาหรับ จากชาวอาหรับคนหนึ่งใน เชสเนีย ซึ่งท่านเองได้กล่าวว่า ข้าพเจ้ารู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่ไม่ได้ศึกษา ภาษาอาหรับ มาตั้งแต่เด็ก นอกจากนี้ ท่าน ยัง เรียกร้องให้ ประเทศอาหรับ และ อิสลามอื่นๆ จัดส่งบุคลากรณ์ เพื่อ ให้มาสอนในด้านศาสนาอิสลาม กับชาวเชสเนีย และพี่น้องประชาชน ชาว คอเคซัส ซึ่งท่านได้สร้างโรงเรียที่สอนทางด้าน วิทยาศาสตร์ อิสลาม และภาษา อาหรับ ให้กับเยาวชนชาวเชเชน ได้ศึกษากัน

ซลิมคาน ยานดาร์บีเยฟ เป็นอีกท่านที่ เป็น ผู้รับผิดชอบในการ เป็นผู้นำของ ญิฮาด เชเชนหลังจากการตายของประธานาธิบดี คน ก่อน อย่าง ประธานาธิบดี ดูดาเยฟ วันที่ 21/4/1996 ท่านได้ให้สัญญา ว่าจะจงรักภักดีต่อ สภาผู้นำ ชาวเชเชน และเช่นเดียวกัน ใน วันที่ 24/4/1996 ท่านถูกแต่งตั้งให้เป็น ผู้เจรจาเกี่ยวกับเรื่อง พิพาด ระหว่าง ชาเชเชน กับ พวกรัสเซีย ซึ่ง ซึ่งท่านได้ตระหนักดีว่า ถึงความสำคัญของ ชาวเชเชน ถึงกับสาบานว่า ท่าน จะ ต่อสู้ต่อไป จนกว่าจะ ประสบความสำเร็จ และเพื่อความเป็นอิสระ ของชาว เชชเนีย ซึ่งใน27 พฤษภาคม 1996 ประธานาธิบดี บอริส เยลซิน ของรัสเซีย ได้เสนอที่จะให้มีการเจรจา เรื่องข้อพิพาด ระหว่าง รัสเซีย กับ ชาว เชเชน ซึ่งท่านเอง ก็ตอบโต้ และไม่ยอมที่จะเสียเปรียบพวกรัสเซีย โดย กดดันให้พวก รัสเซียภายไต้การนำ ของ ประธานาธิบดี บอริสเยลซิน ยอมลงนาม บรรลุข้อตกลงเรื่องดินแดน กับชาว เชสเนีย

ในปลายปี 1996 ซลิมคาน ยานดาร์บีเยฟ ท่านได้เสนอ บทบัญญัติ ของ กฎหมายอิสลาม ให้เป็นที่ถูกต้องตามกฏหมาย ในการตัดสินเรื่องราวต่างๆของศาล เชสเนีย ซึ่งท่านเป็นผู้ที่มีความพยายาม ในการที่จะสร้าง สังคมอิสลาม ใน เชสเนีย ให้แข้งแกร่ง โดยความต้องการของท่านนั้นคือ ท่านต้องการ ผลักดันหลักสูตร ภาษาอาหรับแด่ บรรดา เยาวชนให้มีการเรียนการสอนเกิดขึ้น ในทุกๆโรงเรียนของ เชชเนีย ไม่เพียงเฉพาะ ชาวมุสลิม แต่หากรวมถึงชาว เชเชน ต่างศาสนิก อีกด้วย โดยท่านได้เคยกล่าวไว้ว่า""ผม ผม ปฏิเสธที่จะ ที่จะไช้ ระบอบการปกครองแบบ พวก ตะวันตก แม้กระทั่งเรื่องของการศึกษาของ เยาวชน ชาว เชเชน ผมอยากจะให้ ประชาชน ในทุกศาสนาที่เป็นชาว เชเชน ได้เรียนรู้และได้อยู่ภายไต้การ ปกครอง ในระบบ อิสลาม ซึ่งพวกเขา สามารถ ไช้สิทธิต่างๆของพลเรือน ได้เต็มที่ภายไต้ระบอบ และการศึกษา แบบอิสลาม พวกเขาจะได้รุ้ถึงคุณค่าของ ศาสนาอิสลาม""

ท่านยังเป็นผุ้ที่อยู่เบื้องหลังแห่งความสำเร็จของการ ญิฮาด ของ ชาวเชเชน และ มูญาฮิดีน โดยเบื้องหลังแห่งความสำเร็จ ของ ประธานาธิบดี อัสลาน มัสคาดอฟ ที่มีชัยชนะเหนือคู่แข่ง ก็ล้วนมาจาก ความเฉียบคมของท่านนั่นเอง และยังเป็นนักวางแผนที่เฉียบคม ในการ ญิฮาดของ ชาวเชเชน อีกด้วย

วันศุกร์ที่13 กุมภาพันธ์ ปี 2004 ท่านได้เสียชีวิต ที่ประเทศการ์ต้า ซึ่งมีคนพยามลอบสังหารท่านด้านหลังซึ่ง ในช่วงนั้นท่านได้ไปไช้ชีวิตที่การ์ต้า ซึ่งท่าน ถูกส่งไปโดยรัฐบาลเชชเนีย ซึ่ง ในขณะนั้นอยู่ในสภาวะสงคราม จึงจำเป็นต้องส่งท่านไป อยู่ที่การ์ต้า และรักษาการเป็นรองประธานาธิบดี และช่วยวางแผนในการรบ ให้กับ มูญาฮิดีน ในเชสเนีย ซึ่ง ท่านก็ได้เสียชีวิตลงที่นัั่น ซึ่งสื่อต่างๆพยายามบอกว่า การเสียชีวิตของท่าน ไม่ได้เกี่ยวข้อง กับ สงคราม ในเชชเนีย ซึ่ง ทุกสิ่งและการตายและความเป็นจริงของท่านนั้น อัลลอฮเท่านั้นย่อมรู้....ขอพระองค์อัลลอฮโปรดประธานแสงสว่างให้กูโบร์ท่านด้วย...อามีน
 
 
แปลและเรียบเรียงโดย Arlee Khan Jundullah

อิหม่าม ชามีล ตำนานนักรบเชเชน




อิหม่าม ชามีล ตำนานนักรบเชเชน

ประวัติศาสตร์ที่จารึกเรื่องราวของผู้กล้าจากหลายต่อหลายที่ของโลก อิหม่าม ชามีล คือหนึ่งในนั้นเช่นกัน น้อยคนที่จะรุ้จัก ท่านผู้นี้ ซึ่งท่านถือว่าเป็นนักต้านทานตัวยง ในสมัยยุคอดีดตกาล ยอดนักรบ ยอดนักบริหาร ยอด นักสู้ ยอดนัก ต้านทานอธรรม อิหม่าม ชามีลคือหนึ่งในนั้น

อิหม่าม ชามีล เกิด ปี 1797 ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า หมู่บ้าน เกมรี่ ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็คือประเทศเชชเน...ียนั่นเอง ท่านเติบโตมา ในวัยเด็กซึ่งท่านเองเป็นเด็กชายที่แข็งแกร่งมาตั้งแต่ วัยเยาแล้ว มันสมองอันปราดเปรื่อง อิหม่าม ชามีล คือยอดนักการศาสนา และนักการเมืองนักบริหาร อย่างแท้จริง อิหม่าม ชามีล ได้ศึกษา ในแนวทางศาสนาอิสลาม มีความสามารถในด้านภาษา ต่างๆไม่ว่าจะเป็นภาษาอาหรับ หรือภาษา เปอร์เซีย ในบรรดายอดนักสุ้ของ เชเชน ต้องจารึกชื่อท่านไว้ ในเรื่องกิติศัพย์ ในการนำ มุสลิม ในภาคเหนือ ของ คอร์เคซัส หรือ เชเชเนีย ทำการต่อต้าน ชาว รัสเซีย เป็นจำนวน มากมายหลายครั้ง อิหม่ามชามีล คือนักรบที่แข็งแกร่ง ในตาสีฟ้า และผิวพันธ์ที่ขาวผ่อง กับมันสมองที่เป็นเลิศ ทุกๆด้าน

ปี 1834 อิหม่าม ชามีล ได้นำทหาร มูญาฮิดีน เชเชน ในสมัยอดีด ทำการต่อต้านชาวรัสเซีย ที่พยามบุกเข้ามา ในคอร์เคซัส ความแข็งแกร่งของท่าน ท่านได้รับฉายา จาก ประชาชน ในสมัยนั้นว่า"สิงโตภูเขาแห่ง คอเคซัส"การต่อสู้ต้านทานชาวรัสเซีย ของชาว เชเชนนั้น มีตั้งแต่อดีดแล้ว อิหม่าม ชามิล คือนักรบตัวยง ในการรบด้วยดาบ และการวางแผนอันเหนือชั้น ที่มีต่อศัตรูการทำให้ศัตรู แตกพ่าย การซุ่มโจมตี กลยุทธที่ เหนือชั้น ของท่าน สามารถยับยั้ง ข้าศึกได้แบบ พลิกความคาดหมายเลย ก็ว่าได้
ก่อนการรบ เมื่อ ปี 1828 อิหม่าม ชามิล ได้เคยเดินทางไปยัง นครมักกะฮ์ ประเทศซาอุดีอารเบีย เพื่อเข้าพบ กับเจ้าชาย อับดุล กอดีร์ ซึ่งท่านได้ไปขอรับคำปรึกษา จาก เจ้าชาย อับดุล กอดีร์ ในเรื่องของการต้านทาน การรุกรานของ จักรวรรดิรัสเซีย ซึ่งเป็นอีก จักรวรรดิ ในประวัติศาสตร์ ที่ยิ่งใหญ่ ไม่แพ้ จักรวรรดิ เปอร์เซีย ซึ่ง ในการ ต่อต้าน จักรวรรดิรัสเซีย ในอดีด เมื่อ ปี 1834 นั้นถือได้ว่า ครั้งนั้น อิหม่าม ชามีล ได้ไช้ บรรดานักรบ ต่างๆจากชนเผ่าอื่นๆในแถบนั้น ไช้วิถีการ ซุ่มโจมตีในแบบกองโจร เพื่อทำการสกัดทัพของ รัสเซีย ให้แตกเป็นทัพเล้กทัพน้อย หมายความว่า ท่านไช้วิถีการ ทำให้กองทัพรัสเซีย จากกองทัพใหญ่ แตกพ่ายเป็นกองทัพเล็กๆ ซึ่งมันสมองของท่านนั้น เฉียบคมทุกๆการวางแผน เด็ดขาด ในทุกการกระทำ อิหม่าม ชามิล ได้ไช้กลยุทธที่เหนือชั้น ชนิดที่ว่า เหนือความคาดหมายสยบกองทัพใหญ่ๆให้ปราชัยไปในที่สุด

ในด้านการปกครองของท่านนั้น อิหม่าม ชามีลได้ยึดการไช้ระบอบ อิสลามหรือระบอบ คอลีฟะฮ์ มีการไช้กฏหมายชารีอัตที่เคร่งครัด คนร่ำรวย ต้องส่ง ซากาต ให้คนยากจน และ ในระบบการพัฒนาประเทศนั้น ท่านได้ให้ความสำคัญกับ การทำการเกษตร และ แนะนำ ในเรื่องการทำการเกษตร ที่มีประสิทธิภาพให้บรรดาประชาชน ได้รับรู้และเข้าใจและสามารถปฏบัติได้อย่างแท้จริง

การต้านทานกองทัพของ จักรวรรดิรัสเซีย ตั้งแต่ ปี 1834 เป็นต้นมานั้น ตลอดระยะเวลาการต้านทาน และต่อสู้นับแต่ปี 1834-1859 การันตีในความแข้งแกร่งของท่าน ได้ กลยุทธ์ โจมตีในหุบเขา กลยุทธ์ โจมตีแบบรวดเร็ว การไช้ กับดัก แสดงให้เห็นถึงมันสมองอันชาญฉลาดของท่านเป็นอย่างดี เฉพาะการต่อสุ้แบบโจมตี ในแบบกองโจร ย่อยๆนั้นกองกำลังท่านสามารถ สังหารข้าศึกได้ถึง 10000 คน ในการไช้วิถีการแบบกองโจร จากการต้านทานและการต่อสุ้ในเวลาที่ยาวนาน เมื่อถึงเวลาที่อ่อนแอ ท่านถูกจับโดย จักรวรรดิรัสเซีย ในปี 1859 ท่านถูกส่งไปยัง เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก เพื่อทำการไต่สวน โดย กษัตร์ รัสเซีย การเนรเทศ ไปยัง กาลูกา ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆที่อยู่ชาญกรุง มอสโคว์ การต้องไช้ชีวิต ในการถูกควบคุม นั้น อิหม่าม ชามิล ไม่เคยมีความหวาดหวั่นเลย มนหัวใจ ตลอดระยะเวลาที่มีอยุ่นั้น อุดมการณ์ของท่านไม่เคยเปลี่ยน หัวใจยังคงเรียกร้องแสงว่างแห่ง ความเสรีภาพ และการได้กลับไปยัง มาตุภูมิ การเคยเป็นนักต่อต้าน จักรวรรดิรัสเซีย ความเก่งกาจในการต่อสุ้แบบกองโจร การวางแผน และ มันสองเพชร ทุกๆสิ่งนั้นยังคงอยุ่ในความทรงจำของ ชาวเชเชนเป็นอย่างดี ในฐานะ วีรบุรุษยอดนักรบ แห่ง คอร์เคซัส

ปี 1869 แสงสว่างและความเมตตาแห่งอัลลอฮ ก็กลับมาหาท่าน ท่านได้รัอิสรภาพจากการถูกกับ จากการเนรเทศ การได้ขอเดินทางกลับบ้านคือสิ่งที่ท่านต้องการ ท่านได้กลับไปยังบ้านเกิด ท่านก็ทราบดีว่า คอร์เคซัส เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ความหวังของท่าน ในบั้นปลายคือการได้เดินทางไป ประกอบพิธีฮัจตลอดระยะเวลาเดินทางไปทำฮัจ ท่านได้ผ่านยังดินแดนต่าง และผ่านไปยัง ฮิสตั้นบูล ซึ่งในยุคนั้นคือ จักรวรรดิออดโตมาน ซึ่งจนในที่สุดการเดินทางก็ได้พาท่าน อิหม่าม ชามีล ไปถึง นคร มักกะฮ์ หลังจากเสร็จสิ้นพิธีฮัจญ์ แล้วนั้น ท่านก็ได้จบชีวิตลง ที่นคร มาดินะฮ์ ประเทศ ซาอุดีอาราเบีย ซึ่งในขณะนั้นคือ จักรวรรดิออดโตมาน เส้นทางแห่งความกล้าหาญได้สิ้นสุดลง ซึ่งท่านจากไปเมื่อ มีนาคม 1871 ขณะที่ท่านไช้วีวิต ในวัยชรา อยุ่ ในมาดินะฮ์ ซึ่งในวันที่ท่านจากไปท่านมีอายุได้ 73 ปี มัยยัดของท่านได้ฝังอยุ่ที่ กูโบร์ บาคีร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสุสานที่สำคัญอีกแห่งของประเทศ ซาอุดีอารเบีย ซึ่ง การจากไปของท่านและตัวอย่างของท่านนั้น ได้สร้าง วีรบุรุษแห่งอิสลาม ขึ้นมา ในเชชเนีย แบบ ไม่มีวันหมดสิ้น จนถึงปัจจุบัน ซึ่ง ในการไปทำฮัจญ์นั้นมักจะมีชาวมุสลิมในที่ต่างๆไปเยี่ยมกูโบร์ท่านอย่างมากมาย
ขออัลลอฮโปรดทรงประทานแสงสว่างให็กูโบร์ของท่าน อิหม่าม ชามิล ด้วยเถิด...อามีน


เเปลเเละเรียบเรียงโดย Arlee Khan Jundullah

ซุลต่าน ลาปู ลาปู ยอดผู้พิทักษ์ปฐมบทแห่งอิสลาม ในฟิลิปปินส์



ซุลต่าน ลาปู ลาปู ยอดผู้พิทักษ์ปฐมบทแห่งอิสลาม ในฟิลิปปินส์

กล่าวถึงภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ ของฟิลิปปินส์แล้ว ยากที่จะรู้ว่า ในความเป็นจริง วีรบรุษอิสลามนั้น ก็เคยทำการต่อสู้เพื่อปป้องดินแดนแห่งนี้จากนักล่าอนานิคมเช่นกัน น้อยคนที่จะรู้จักท่านผู้นี้ ซุลต่าน ชาวมุสลิมผุ้แข็งแกร่ง นาม ลาปู ลาปู ยอดนักรบ วีรบรุษแห่งอิสลามอีกท่านใน ทวีปเอเชีย

ชาวอาหรับ และชาวมุสลิม เป็นที่รู้จักกัน มาตั้งแต่ สมัยโบร...าณใน หมู่เกาะฟิลิปปินส์ ศาสนาอิสลาม ได้รับการ แพร่กระจายโดย พ่อค้าชาวอาหรับ และบรรดา นักเผยแพร่ศาสนา ตั้งแต่เกาะสุมาตตรา จนกระทั่งถึง ฟิลิปปินส์ ราว ปี 1380 ซึ่ง ก่อน การมาถึงของศาสนาอิสลาม ชาวสเปนได้เข้ามาในดินแดนแห่งนี้มาก่อน กว่า 7,000 เกาะ นับตั้งแต่สุมาตตราจนกระทั่งถึงฟิลิปปินส์ ล้วนอยุ่ในการควบคุมของชาวสเปน ใน ปี1521 ชาวสเปน ที่นำโดย เฟอร์ดินานด์ มาเจลลัน ได้เข้ามาสร้างความสัมพันธ์ กับชาวตากาล็อก และ พวกสเปน ยังมีความคิดที่จะย้ายชาวสเปนบางส่วน มายึดครองเกาะที่มีชื่อว่า" เมดทัน ไอซ์แลนด์"โดยเกาะดังกล่าวมีสุลต่าน มุสลิมที่มีนามว่า ลาปุ ลาปู

การต่อสู้ระหว่างชาวสเปนกับ สุลต่าน ลาปู ลาปู นั้น ชาวสเปนได้ไช้อาวุธที่ทันสมัย ในการต่อสุ้กับกองกำลังของ สุลต่านท่านนี้ เมื่อกองทัพของสเปนยกพลขึ้นมาบนเกาะแห่งนี้นั้น พวกเขาได้ทำการทำลาย บ้านเรือนและเผากระท่อมของชาวบ้านในเกาะนี้ ประชาชน ในเกาะแห่งนี้ ต่างมีความกล้าหาญที่จะต่อสู้กับชาวสเปน แม้ว่าจะต้องสุ้กับอาวุธที่ทันสมัยกว่าก็ตาม เมื่อ ดวงอาทิตย์อยู่ใน ช่วงกลางของ ท้องฟ้า.. เรือของ มาเจลลัน ได้เข้ามาไกล้เกาะแห่งหนึ่งของชาวมุสลิม ใน ปี 1521 .ชาวเกาะ " เมดทัน ไอซ์แลนด์"ประกาศความแข็งแกร่งและพร้อมที่จะสุ้กับ ชาวสเปน ซึ่งพวกเขาอยู่ภายไต้การรวมตัวจากการนำของชายผู้หนึ่ง ที่มีนามว่า ลาปู ลาปู ซึ่งชาวบ้านและประชาชน ต่างมีความพร้อมในการ ต่อสู้กับผู้รุกราน ในขณะที่ชาวสเปน จะเข้ามาและบุกขึ้นมาบนเกาะนั้น สุลต่าน ลาปู ลาปู ได้ไช้ อาวุธที่คิดค้นเอง ยิงไส่เรือของชาวสเปน ขณะนั้นเช่นกัน ชาวสเปนก็จะไช้ให้กำลังพล ลงเรือเล็กและหมายที่จะ พายเข้ามาในเกาะเพื่อต่อสุ้กับชาวมุสลิม

ลาปู ลาปู และนักรบของท่านต่างยิงลูกศรและธนูไส่พวกสเปน ซึ่งพวกเขาแสดงให้เห็นถึงความแข้งแกร่งและความไม่หวาดกลังแม้ว่า ในยุคนั้น สเปน จะเป็นหนึ่งในนักล่าอนานิคมก็ตามแต่ เมื่อทหารสเปน ต้องโดนโจมตีจากชาวเกาะอย่างรอบด้าน เฟอร์ดินานด์ มาเจลลัน ผู้นำกองรบสเปนสามารถขึ้นมาบนเกาะได้ภายไต้การดูแลของเหล่าทหารสเปน แต่เขาก็กลับโดนเหล่าชาวบ้าน ซึ่งในขณะนั้นต้องการที่จะฉีกร่างของ ขุนศึกชาว สเปนนายนี้ให้สิ้นซากไปต่อหน้าต่อตา การต่อสู้ระหว่าง ชาวสเปน กับนักรบของเกาะ เมดทัน ไอซ์แลนด์ เป็นไปอย่าง ดุเดือดเลือดพล่าน ชาวสเปน ประเมิน ชาวมุสลิมในเกาะแห่งนี้ต่ำไป พวกเขาไม่เคยทราบและไม่อยากเชื่อในสายตาของตนมาก่อน เลยว่า ชาวมุสลิม ในเกาะแห่งนี้ช่าวกล้าหาญเป็นอย่างยิ่ง ทหารของสเปน ที่ไส่เสื้อเกราะ และหมวกเหล็กต้องสุ้กับนักรบที่มีสภาพ ที่พวกเขาไม่มีอุปกรณ์ป้องกันใดๆเลย พวกเขาไช้ดาบไช้ ไม้ไผ่ เหล่าให้แหลมและต่อสุ้กับชาวสเปน พวกเขาไช้กับดักในการต่อสู้และยุทธวิธีของพวกเขาในแบบฉบับของพวกเขา ซึ่งมันไช้ได้ดีกับการต่อสุ้กับทหารสเปน ซึ่ง พวกสเปนเมื่อเจอเช่นนี้ถึงกับเสียขวัญเป็นอย่างมากในการต่อสุ้ที่พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่ามันจะยากลำบากเช่นนี้

เช่นเดียวกัน การเผชิญหน้าระหว่าง เฟอร์ดินานด์ มาเจลลัน กับ ชายหนุ่ม ที่มีนามว่า ลาปู ลาปู มาเจลสัน ในชุดของเขาที่ไส่เสื้อเกราะ และหมวกเหล็ก ต้องเผชิญหน้ากับคนที่ไม่มีชุดเกราะป้องกันอย่าง ชายหนุ่มผู้นี้ พวกเขาตกลงกันว่าให้ผู้นำของพวกเขาดวล กันตัวต่อต่อ ทั้งสองต่อสุ้กันแบบ ดุเดือด ลาปู ลาปู ก็ไม่เป็นรองเช่นกัน เขาต่อสุ้กับ มาเจลสัน ด้วยความรวดเร็วและแข็งแกร่ง ลาปู ลาปุ ได้ไช้ความสามารถในการไช้หอกต่อสุ้กับ มาเจลสัน จนกระทั่ง นายกองชาวสเปน เกิดพลาดท่า แต่บาดแผลไม่ลึกมาก เขายังคงต่อสุ้กันต่อไป จนกระทั่ง มาเจลสัน หมดเรียวแรง และโดน ฟาดฟัย จนเลือดโทรมกาย ผู้คนต่างร้องประกาศก้องกันเสียงดังสนั่นว่า ลาปู ลาปู ชนะแล้ว ซึ่งท่านสามารถ ปลิดชีพ นายกองชาวสเปนผุ้นี้ได้สำเร็จ จนในที่สุด พวกสเปน แตกพ่ายไม่เป็นท่า พวกเขารีบหนีขึ้นเรือเล้กและนำศพของ มาเจลสันกลับไปยังเรือ ซึ่งพวกเขาเองได้ตระหนักถึงความแข้งแกร่งของชาวมุสลิม ในเกาะโดยเฉพาะความรวดเร็วของนักรบ ที่มีนามว่า ลาปู ลาปู สุลต่านผู้หนุ่มแน่นแห่ง เกาะ เมดทัน ไอซ์แลนด์" ประเทศฟิลิปปินส์

ลาปู ลาปู ท่านคือสุดยอดวีรบรุษย์ของชาติและของชาวฟิลิปินส์อย่างแท้จริง เรื่องราวและวีรกรรมของท่านยังคงกล่าวถึงเสมอมา สำหรับฮีโร่ของชาว ฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาว มุสลิม ท่านเป็น ฮีโร่ผู้ถูกยอมรับว่าเป็นผู้กล้าหาญที่สามารถ ต้านทานลัทธิล่าอนานิคมได้ และสามารถสังหาร ขุนพลสเปนได้สำเร็จ ท่านคือสุดยอดนักรบโบราณ อย่างแท้จริง และความกล้าหาญของ นักรบ ที่มีนามว่า ลาปู ลาปู ยังคงเป็นวีรบุรุษที่ถูกกล่าวขานตั้งแต่วันนั้นในอดีด จนกระทั่งถึงยุคปัจจุบัน


เเปลเเละเรียบเรียงโดย Arlee Khan Jundullah